สรุปข้อกฎหมายมาตรา 80 ฉบับเข้าใจง่าย เช็คว่ากิจการของคุณต้องทำรายงาน ทส.1 และ ทส.2 หรือไม่ พร้อมแนวทางการจัดการระบบบำบัดน้ำเสียให้ถูกต้องและราบรื่น
มาตรา 80 คือข้อกฎหมายสำคัญภายใต้ พ.ร.บ. ส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. 2535 ที่ระบุถึงหน้าที่และความรับผิดชอบของเจ้าของหรือผู้ครอบครองแหล่งกำเนิดมลพิษ ที่มีการติดตั้งระบบบำบัดน้ำเสียหรือระบบกำจัดมลพิษ
กฎหมายข้อนี้กำหนดให้สถานประกอบการต้องติดตามและรายงานผลการทำงานของระบบอย่างต่อเนื่อง เพื่อป้องกันไม่ให้ปล่อยน้ำเสียที่ไม่ได้มาตรฐานออกสู่สิ่งแวดล้อม โดยมีหน้าที่หลักที่ต้องปฏิบัติ 2 ส่วน ได้แก่:
- การจดบันทึกข้อมูลรายวัน (ทส.1): เก็บสถิติและบันทึกข้อมูลการทำงานของระบบบำบัดน้ำเสีย เครื่องมือ และอุปกรณ์ต่าง ๆ เป็นประจำทุกวัน และเก็บหลักฐานนี้ไว้ ณ สถานที่ตั้ง
- การส่งรายงานสรุปรายเดือน (ทส.2): จัดทำรายงานสรุปผลการทำงานของระบบบำบัดฯ เพื่อนำส่งเจ้าพนักงานท้องถิ่นในพื้นที่ที่แหล่งกำเนิดมลพิษตั้งอยู่ อย่างน้อยเดือนละ 1 ครั้ง
การจดบันทึกสถิติและประเมินผลการทำงานของระบบบำบัดฯ เป็นงานที่ต้องอาศัยความรู้ทางเทคนิค กฎหมายจึงระบุอย่างชัดเจนในวรรคสามว่า หน้าที่ในการดำเนินการและลงนามรับรองเอกสารเหล่านี้ จะต้องกระทำโดย “ผู้ควบคุมระบบบำบัดน้ำเสีย” เพื่อทำหน้าที่ควบคุมระบบและรายงานผลแทนเจ้าของหรือผู้ครอบครองแหล่งกำเนิดมลพิษ
กิจการไหนบ้างที่เข้าข่ายต้องดำเนินการตามมาตรา 80?
หลายคนมักเข้าใจผิดว่ามีเพียงโรงงานขนาดใหญ่เท่านั้นที่ต้องทำรายงานสิ่งแวดล้อม แต่ในความเป็นจริง ประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้ครอบคลุมไปถึงอาคารพาณิชย์และสถานประกอบการทั่วไปด้วย กิจการที่เข้าข่ายเป็นแหล่งกำเนิดมลพิษและต้องจัดทำรายงาน ทส.1 และ ทส.2 มีกลุ่มหลัก ๆ ดังนี้:
1. กลุ่มอาคารพักอาศัยและบริการ
- โรงแรม ที่มีจำนวนห้องพักตั้งแต่ 60 ห้องขึ้นไป (หากออกแบบหรือดูแลโครงการโรงแรมที่มีจำนวนห้องต่ำกว่านี้ เช่น 50 กว่าห้อง จะยังไม่เข้าข่าย เว้นแต่จะมีประกาศท้องถิ่นกำหนดเพิ่มเติม)
- อาคารชุด (คอนโดมิเนียม) ที่มีจำนวนห้องตั้งแต่ 100 ห้องขึ้นไป
- หอพัก ที่มีจำนวนห้องตั้งแต่ 250 ห้องขึ้นไป
2. กลุ่มธุรกิจพาณิชยกรรมและโครงการอื่น ๆ
- ห้างสรรพสินค้า ศูนย์การค้า โกดังและคลังสินค้า ที่มีพื้นที่สำนักงานตั้งแต่ 5,000 ตารางเมตรขึ้นไป และมีระบบบำบัดน้ำเสียเป็นของตนเอง
- ที่ดินจัดสรร (หมู่บ้านจัดสรร) ที่มีการแบ่งแปลงตั้งแต่ 100 แปลงขึ้นไป หรือมีเนื้อที่ตั้งแต่ 19 ไร่ขึ้นไป (โดยนิติบุคคลหรือเจ้าของโครงการเป็นผู้รับผิดชอบจัดทำรายงาน)
- สถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิง
3. กลุ่มโรงพยาบาลและสถานพยาบาล
- สถานพยาบาล ที่มีเตียงรับผู้ป่วยไว้ค้างคืนตั้งแต่ 10 เตียงขึ้นไป
4. กลุ่มอุตสาหกรรมและการเกษตร
- โรงงานอุตสาหกรรม รวมถึงกิจการซ่อมรถยนต์ ที่เข้าข่ายเป็นโรงงานตามกฎหมายว่าด้วยโรงงาน (ใช้เครื่องจักร 50 แรงม้าขึ้นไป หรือใช้คนงาน 50 คนขึ้นไป)
- สถานประกอบการเลี้ยงสุกร ที่เข้าข่ายตามประกาศกระทรวงฯ ไม่ว่าจะตั้งอยู่ในที่ดินตนเองหรือเช่าที่ดินผู้อื่น
ข้อควรรู้เพิ่มเติม: สำหรับโรงงานอุตสาหกรรมที่ตั้งอยู่ในนิคมอุตสาหกรรม หากมีการระบายน้ำเสียทั้งหมดลงสู่ระบบบำบัดน้ำเสียส่วนกลางของนิคมฯ โรงงานนั้นไม่ต้องดำเนินการตามมาตรา 80 เนื่องจากนิคมฯ จะเป็นผู้รับผิดชอบดำเนินการแทน แต่หากโรงงานมีระบบของตนเองและไม่ได้ระบายลงส่วนกลาง โรงงานจะต้องเป็นผู้ดำเนินการเอง
ภาระหน้าที่หลักตามมาตรา 80
หน้าที่สำคัญที่สุดที่เจ้าของแหล่งกำเนิดมลพิษต้องรับผิดชอบตามกฎหมาย เพื่อป้องกันบทลงโทษ คือการติดตามและรายงานผลการทำงานของระบบบำบัดน้ำเสียอย่างต่อเนื่อง โดยแบ่งเป็น 2 ส่วนหลัก ได้แก่:
- จดบันทึกรายวัน (ทส.1): การเก็บสถิติข้อมูลการทำงานของระบบบำบัดน้ำเสีย เครื่องมือ อุปกรณ์ และการใช้ไฟฟ้ารายวัน โดยต้องเก็บหลักฐานนี้ไว้ ณ สถานที่ตั้งเป็นเวลา 2 ปี
- ส่งรายงานรายเดือน (ทส.2): การสรุปผลจาก ทส.1 เพื่อจัดทำเป็นรายงานส่งให้เจ้าพนักงานท้องถิ่น ภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไปอย่างเคร่งครัด
ต้องการทราบวิธีทำเอกสาร?
สำหรับรายละเอียดเชิงลึกว่า ทส.1 และ ทส.2 ต้องกรอกข้อมูลอะไรบ้าง มีข้อยกเว้นอย่างไร และส่งผ่านช่องทางไหนได้บ้าง สามารถอ่านคู่มือฉบับเต็มของเราได้ที่นี่
» อ่านคู่มือฉบับเต็ม: เจาะลึกการทำ ทส.1 และ ทส.2 อย่างถูกต้อง
ความรับผิดชอบตกอยู่ที่ใคร?
เมื่อพูดถึงการจัดการระบบบำบัดน้ำเสียและการทำเอกสารตามมาตรา 80 หลายคนมักมีคำถามว่า ท้ายที่สุดแล้วใครคือผู้ที่ต้องรับผิดชอบทางกฎหมาย ซึ่งสามารถแบ่งความรับผิดชอบได้ดังนี้:
- เจ้าของหรือผู้ครอบครองแหล่งกำเนิดมลพิษ: โดยพื้นฐานแล้ว ความรับผิดชอบหลักจะตกอยู่ที่เจ้าของสถานประกอบการ (เช่น เจ้าของโรงแรม โรงงาน หรือนิติบุคคล) ที่มีหน้าที่ต้องจัดให้มีการเก็บสถิติและนำส่งรายงานตามกฎหมาย หากละเลยจะมีโทษปรับและโทษจำคุก
- ผู้ควบคุมระบบบำบัดน้ำเสีย: เนื่องจากการเดินระบบบำบัดน้ำเสียเป็นงานเฉพาะทาง กฎหมายจึงกำหนดให้ต้องมีการแต่งตั้ง “ผู้ควบคุมระบบบำบัดน้ำเสีย” (ที่ได้รับใบอนุญาต) เข้ามาทำหน้าที่แทน โดยผู้ควบคุมจะมีหน้าที่ปฏิบัติงานจริงหน้างาน บันทึกข้อมูลรายวัน (ทส.1) จัดทำรายงานสรุป (ทส.2) เสนอข้อควรปรับปรุงให้เจ้าของ และต้องร่วมรับผิดชอบทางกฎหมายโดยตรงหากมีการทำบันทึกหรือรายงานเท็จ
ใครบ้างที่สามารถเป็น “ผู้ควบคุม” ได้?
ผู้ควบคุมที่ถูกต้องตามกฎหมายใหม่ต้องมีคุณสมบัติอย่างไร? ใช้พนักงานในบริษัทเซ็นเอกสารเองได้หรือไม่? หรือควรจ้างบริษัทนิติบุคคลภายนอกมาดูแลแทน? ค้นหาคำตอบและข้อควรรู้ก่อนแต่งตั้งผู้ควบคุมได้ที่นี่
» เจาะลึกหน้าที่และคุณสมบัติของผู้ควบคุมระบบบำบัดน้ำเสียตามกฎหมาย
ความเสี่ยงและผลกระทบทางกฎหมาย
แม้การจัดการเอกสารและการเดินระบบบำบัดน้ำเสียอาจดูเป็นเรื่องซับซ้อน แต่ก็เป็นสิ่งที่เจ้าของแหล่งกำเนิดมลพิษไม่ควรมองข้ามเด็ดขาด เพราะกฎหมายได้กำหนดมาตรการควบคุมไว้อย่างเคร่งครัด หากสถานประกอบการละเลยไม่จัดเก็บสถิติ ไม่ทำบันทึก หรือไม่ได้ส่งรายงานตามกำหนด จะมีความผิดและมี โทษปรับสูงสุดถึง 10,000 บาท
นอกจากนี้ การกรอกข้อมูลหรือทำรายงานโดยแสดงข้อความอันเป็นเท็จ จะยิ่งมีความเสี่ยงสูงขึ้น โดยมีทั้ง โทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับสูงสุดถึง 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ดังนั้น การให้ความสำคัญกับความถูกต้องของข้อมูลผ่านผู้เชี่ยวชาญจึงเป็นการป้องกันความเสี่ยงที่ดีที่สุด
ทางออกที่ง่ายและปลอดภัย: ให้ผู้เชี่ยวชาญดูแลระบบบำบัดน้ำเสียแทนคุณ
จากข้อควรระวังทางกฎหมายในหัวข้อที่ผ่านมา จะเห็นได้ว่าการจัดการเอกสาร ทส.1 และ ทส.2 รวมถึงการควบคุมระบบบำบัดน้ำเสียให้ได้มาตรฐานนั้น ต้องอาศัยทั้งเวลาและความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง ซึ่งอาจเพิ่มภาระให้กับเจ้าของกิจการที่ไม่มีบุคลากรด้านนี้โดยตรง
เพื่อลดความยุ่งยากและป้องกันความผิดพลาดที่อาจนำไปสู่ค่าปรับ สถานประกอบการสามารถดำเนินการแต่งตั้ง บริษัท วิศวกรรมรัตนา จำกัด ที่ได้รับใบอนุญาตอย่างถูกต้องจากกรมควบคุมมลพิษ เข้ามาทำหน้าที่เป็น “ผู้ควบคุมระบบบำบัดน้ำเสีย” แทนคุณได้อย่างเป็นทางการ
ทางเรามีบริการรับเป็นผู้ควบคุมและดูแลระบบบำบัดน้ำเสียแบบรายเดือน (มีใบอนุญาตถูกต้อง) ที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์สถานประกอบการทุกขนาด ไม่ว่าคุณจะมีทีมช่างอยู่แล้วแต่ต้องการผู้เซ็นรับรองตามกฎหมาย หรือต้องการให้เราเข้าไปดูแลแบบครบวงจรตั้งแต่จดบันทึกยันตรวจคุณภาพน้ำ เราก็พร้อมดูแลให้ครบจบในที่เดียว
» คลิกที่นี่ เพื่อดูรายละเอียดแพ็กเกจบริการผู้ควบคุมระบบบำบัดน้ำเสียของเรา
อย่าปล่อยให้เรื่องกฎหมายสิ่งแวดล้อมกลายเป็นความเสี่ยงของธุรกิจคุณ
หากไม่แน่ใจว่ากิจการของคุณเข้าข่ายต้องใช้ผู้ควบคุมแบบไหน? หรืออยากให้เราช่วยประเมินเบื้องต้น? สามารถทักมาพูดคุยและปรึกษาทีมวิศวกรของเราได้เลย
» คลิกที่นี่ เพื่อติดต่อเรา หรือปรึกษาผ่าน LINE OA
อ้างอิง
- พระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. 2535 (มาตรา 69, 73 และมาตรา 80)
- กฎกระทรวง การปฏิบัติงานเป็นผู้ควบคุมระบบบำบัดน้ำเสียและผู้รับจ้างให้บริการบำบัดน้ำเสีย พ.ศ. 2567 (ข้อบังคับฉบับอัปเดต ว่าด้วยเรื่องใบอนุญาตและการปฏิบัติงานของผู้ควบคุม)
- ประกาศกรมควบคุมมลพิษ พ.ศ. 2568 เรื่อง กำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการยื่นคำขอและการออกใบอนุญาตเป็นผู้ควบคุมระบบบำบัดน้ำเสีย
- ประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เรื่อง กำหนดประเภทของอาคารเป็นแหล่งกำเนิดมลพิษที่จะต้องถูกควบคุมการปล่อยน้ำเสียลงสู่แหล่งน้ำสาธารณะหรือออกสู่สิ่งแวดล้อม
- เอกสารแนวทางการดำเนินงานตามกฎกระทรวงมาตรา 80 โดย กรมควบคุมมลพิษ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
